บันทึกอนุทินครั้งที่ 5







บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5
วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ 2562
เวลาเรียน 8:30 - 11:30 น.
เวลาเข้าเรียน 8:30 น. เวลาเลิกเรียน 11:30 น.


คาบเรียนนี้อาจารย์ได้ให้นำเสนอผลงานเป็นกลุ่มที่แบ่งกลุ่มในคาบที่ผ่านมา นำเสนอเกี่ยวกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัย


กลุ่มที่ 1 นักทฤษฎีเกี่ยวกับสติปัญญา

เพียเจต์
       การนำไปใช้ในการจัดการศึกษา / การสอนเมื่อทำงานกับนักเรียน ผู้สอนควรคำนึงถึงพัฒนาการทางสติปัญญาของนักเรียนดังต่อไปนี้

1. นักเรียนที่มีอายุเท่ากันอาจมีขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาที่แตกต่างกันนักเรียนแต่ละคนจะได้รับประสบการณ์ 2 แบบคือ

1.ประสบการณ์ทางกายภาพ (physical experiences)
2.ประสบการณ์ทางตรรกศาสตร์ (Logicomathematical experiences)

2. หลักสูตรที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้คือ
1. เน้นพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียน
2. เสนอการเรียนการเสนอที่ให้ผู้เรียนพบกับความแปลกใหม่
3. เน้นการเรียนรู้ต้องอาศัยกิจกรรมการค้นพบ
4. เน้นกิจกรรมการสำรวจและการเพิ่มขยายความคิดในระหว่างการเรียนการสอน

สกินเนอร์

ตัวเสริมแรงแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1. ตัวเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หมายถึง สิ่งเร้าใด ๆ ซึ่งเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้อัตราการตอบสนองเพิ่มมากขึ้น เช่น คำชมเชย รางวัล อาหาร

2. ตัวเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) หมายถึง สิ่งเร้าใด ๆ ซึ่งเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้การตอบสนองเพิ่มขึ้นในทางลบเป็นตัวเสริมแรงทางลบ เช่นเสียงดัง อากาศร้อน คำตำหนิ กลิ่น การทำโทษ เป็นการนำตัวเสริมแรงลบเข้ามา เพราะการทำโทษบางอย่างหากนำไปใช้จะมีผลให้อัตราการตอบสนองเปลี่ยนไปในลักษณะที่เข้มขึ้น




กลุ่มที่ 2 นักทฤษฎีเกี่ยวกับอารมณ์

Jon bowldy

มีหมวดหมู่ความผูกพัน 4 อย่างในเด็ก

1. แบบหมั่นใจ
2. แบบวิตกกังวล คละ
3. แบบวิตกกังวล หลีกเหลี่ยง
4. แบบไม่มีระเบียบ

โคลเบิร์ก

พัฒนาการทางจริยธรรม 6 ขั้น

1.จริยธรรมของผู้อื่น
2.จริยธรรมตามเกณฑ์ของสังคม
3.การยอมรับของกลุ่มหรือสังคม
4.กฎและระเบียบของสังคม
5.สัญญาสังคม
6.หลักการคุณธรรมสังคม






กลุ่มที่ 3 นักทฤษฎีเกี่ยวกับร่างกาย

ซิกมันด์ ฟรอยด์

       ได้กล่าวถึงพลังงานพื้นฐานทางจิตที่เรียกว่า Libido ซึ่งเกิดมาพร้อมกับมนุษย์ พลังงานเหล่านี้เป็นแหล่งของแรงขับทางเพศของบุคคลทั้งหมด โดยเน้นว่าชีวิตเพศของมนุษย์มิได้เริ่มเมื่อวัยหนุ่มสาว หากแต่เริ่มมาตั้งแต่เด็กและจะค่อยๆ พัฒนาเปลี่ยนรูปแบบเป็นลำดับขั้นขึ้นไป แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามขั้นจะมีการชะงัก หรือการถอยกลับ ทำให้มีผลสะท้อนไปถึงบุคลิกภาพตอนโต

อาร์โนลด์ กีเซล

1. พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว ครอบคลุมการบังคับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและความสัมพันธ์ทา'ด้านการเคลื่อนไหว
2. พฤติกรรมทางการปรับตัว ครอบคลุมความสัมพันธ์ของการใช้มือและสายตา การสำรวจ ค้นหา การกระทำต่อวัตถุ การแก้ปัญหาในการทำงาน
3. พฤติกรรมทางการใช้ภาษา ครอบคลุมการที่เด็กใช้ภาษา การฟัง การพูดการอ่านและการเขียน
4. พฤติกรรมส่วนตัวและสังคมควบคุมการฝึกปฏิบัติส่วนตัวเช่นการกินอาหารการขับถ่าย







กลุ่มที่ 4 นักทฤษฎีเกี่ยวกับสังคม

อิริคสัน
       เป็นลูกศิษย์ของฟรอยด์ได้สร้างทฤษฎีขึ้นในแนวทางความคิดของฟรอยด์แต่ได้เน้นความสำคัญทางด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมด้านจิตใจ ว่ามีบทบาทในพัฒนาการบุคลิกภาพมาก
ทฤษฎีจิตสังคม ได้แบ่งพัฒนาทางบุคลิกภาพออกเป็น 8 ขั้น คือ

มาสโลว์
       อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) เป็นผู้วางรากฐานจิตวิทยามนุษย์นิยม เขามีความเชื่อว่า มนุษย์มีแนวโน้มที่จะมีความต้องการอันใหม่ที่สูงขึ้นเมื่อความต้องการพื้นฐานได้รับการตอบสนอง มาสโลว์ แบ่งความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็น 5 ระดับ




และในสัปดาห์ต่อไปอาจารย์ได้สั่งงานให้ทำมายแมพปิ้ง


ความคิดเห็น